RobMeRLin's profile•.•°•.°Me and you and ev...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
August 02 :: Eternal Sunshine ::"เมื่อฉันตื่นขึ้นมา ฉันจะจำเธอได้ไหม?" ศิตาถามธินนท์
"ไม่ เราจะลืมกันและกันโดยสิ้นเชิง เราต่างจะกลายเป็นใครก็ไม่รู้ในชีวิต และนั่นเป็นสิ่งที่เราได้เลือกแล้ว" ธินนท์ตอบ
"ทำไมเธอถึงให้ฉันเข้าไปก่อน" ศิตาถาม
"เพราะฉันอยากเห็นเธอที่ฉันรู้จักจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เธอเป็นฝ่ายลืมฉันก่อน ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บปวดกับการที่ยังจำฉันได้ในขณะที่ฉันลืมเธอแล้ว" ธินนท์ตอบกลับ และนั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ศิตาได้ยินก่อนที่เธอจะหมดสติไป
"กระบวนการลบความทรงจำคุณศิตาจะเริ่มแล้วนะครับ ขอเชิญคุณออกไปรอข้างนอกด้วย" นายแพทย์หนุ่มบอกกับธินนท์แล้วหันกลับไปตั้งค่าเครื่องมืออิเลคโทรนิกส์เพื่อสั่งการมันให้ทำงานผ่านเข้าไปทางสายระโยงระยางที่แปะอยู่บนหัวของศิตา
ธินนท์มองเธอที่นอนหลับอยู่บนเตียงทางกระจกของประตูห้องก่อนที่มันจะถูกรูดม่านปิดไป.......
นี่คงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้วสำหรับเราทั้งคู่ เขาคิด ในเมื่อต่างฝ่ายต่างลืมกันไม่ได้ ก็รังแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้กัน การลบกันออกจากชีวิต คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด....
"คุณพร้อมไหมครับ" หมอถามธินนท์เมื่อเขาเป็นคนต่อไปที่นอนบนเตียง "พอคุณฟื้น ความทรงจำระหว่างคุณกับแฟนเก่าคุณก็จะหายไป คุณจะจำเธอไม่ได้แม้ปลายผม แต่ว่าคุณยังคงจำคนอื่นๆ ในชีวิตคุณได้อยู่ และการลบความทรงจำนี้จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อสุขภาพคุณทั้งสิ้น" หมออธิบาย
ธินนท์หลับตา นึกถึงภาพศิตาเดินออกจากห้องพักฟื้น เธอเดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา ไร้ซึ่งความทรงจำใดๆ ต่อเขาอีกแล้ว
ขอโทษนะศิ เขาคิดพร้อมกับตอบคำถามของหมอ "พร้อมครับ"
......
....
เช่นเดียวกับ โจล (จิม แคร์รี่) และ คลีแมนไทน์ (เคท วินสเลท) ใน Eternal Sunshine of the spotless mind (2004) ทั้งคู่คือคู่ร้างที่ไม่อยากจะจดจำวันเวลาดีๆ หรือแม้กระทั่งวันที่ไม่ดี ในที่สุด ทางออกของทั้งสองคนคือการเลือกที่จะลบแต่ละฝ่ายออกจากความทรงจำเพื่อจบความเจ็บปวดที่ฝังลึกในหัวใจ
![]() จากการแทคทีมระหว่าง ผกก. มิเชล กงดรี (Human nature) และมือเขียนบทโลกแตก ชาลี คอฟแมน (Being John Mulkovich) ซึ่งก็ขึ้นชื่อในการทำหนังแหวกแนว เพราะฉะนั้นถึงแม้จะมีจิม แคร์รี่เป็นดารานำ แต่ขอโทษ มันไม่ใช่หนังตลก! มันเป็นหนังดราม่าต่างหาก!!
...
.....
ธินนท์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขายืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบ ซึ่งฝ่ายหนึ่งคือศิตา ส่วนอีกฝ่ายก็คือเขาเอง ข้าวของนับร้อยลอยปลิวมาจากปลายมือของศิตา พร้อมกับคำด่าสารพัด ในวันที่เธอจับได้ว่าเขาไปดูหนังกับหญิงอื่น แม้ว่าเขาจะอธิบายว่านั่นคือรุ่นน้องที่รู้จัก แตเธอก็ไม่ยอมฟัง แล้ว..........แว๊บ!! ฉากรบนั้นหายไป เหลือเพียงพื้นหลังสีขาวว่างเปล่า
ธินนท์กระพริบตาอีกครั้ง เขามานั่งอยู่ในโรงหนังที่เขากับศิตามาดูหนังเรื่องแรกด้วยกัน ทั้งคู่จับมือกันและกัน ป้อนป๊อบคอร์นอย่างหวานชื่น แล้ว แว๊บ!! โรงหนังหายไป เหลือเพียงพื้นหลังสีขาวว่างเปล่า กระพริบตาอีกครั้ง ในร้านอาหารที่ทั้งคู่ไปกินข้าวด้วยกัน แว๊บ!! หายไป วันที่ศิตาไม่สบาย ธินนท์ฝ่าฝนไปหาเธอที่บ้าน สุดท้าย กลายเป็นธินนท์ที่ป่วยเอง และศิตาต้องเป็นคนดูแล แล้ว แว๊บ!!! ทุกอย่างเหลือเพียงฉากขาวว่างเปล่า
......
....
แต่เมื่อกระบวนการลบความทรงจำดำเนินไปเรื่อยๆ ทั้งคู่ก็เริ่มเข้าใจตัวเอง ว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่โจลและคลีเมนไทน์ต้องการมากที่สุดก็คือกันและกันนั่นเอง ในวินาทีสุดท้าย เขาตระได้ว่าไม่อยากจะลบคลีเมนไทน์ออกจากชีวิต แต่เขาไม่สามารถจะบอกหมอได้เพราะเขาสลบไปแล้ว ดังนั้นตัวเขาเองในสมองจึงพาคลีเมนไทน์ในความทรงจำวิ่งหนีไปยังซอกหลืบความทรงจำลึกที่สุด เพราะไม่ต้องการให้คลีเมนไทน์ถูกลบออกไป
...เขายังอยากมีเธอหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ แม้เพียงเสี้ยวเดียวก็ยังดี
...
......
ธินนท์มองฉากตรงหน้า วันที่เขากับศิตาติดฝนอยู่ในตู้โทรศัพท์ริมทาง อากาศเย็นๆ บรรยากาศเป็นใจ เขาขอศิตาเป็นแฟน แต่ศิตากลับเขกหัวกลับแล้วว่าเขาไม่โรแมนติกเอาเสียเลย มาขอเป็นแฟนในตู้โทรศัพท์ ธินนท์ในตู้โทรศัพท์ทำหน้าจ๋อย แต่ธินนท์ที่ยืนมองข้างนอกน้ำตาคลอเบ้า
"ไม่เอาแล้ว ผมไม่ลบแล้ว ผมอยากตื่น หมอ หมอ ปลุก ผมทีสิ ผมไม่อยากลบเธอแล้ว หมอ!!" ธินนท์ทุบตัวเองหวังจะให้ตัวเองที่หลับอยู่ตื่น แต่ก็ไม่มีผลอะไร เขาก็ยังคงนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง
น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน ธินนท์ตัดสินใจ วิ่งเข้าไปดึงแขนศิตาในตู้โทรศัพท์ออกมา เขาพาเธอวิ่งหนีท่ามกลางสายฝน!! ตู้โทรศัพท์เบื้องหลังกลายเป็นฉากขาวไปแล้ว เขาพาเธอวิ่งไปตามถนน ฉากขาวไล่กวดมาติดๆ มันกลืนถนนที่พวกเขาวิ่งผ่านมา สีขาวเริ่มตามมาติดๆ ทำอย่างไรดี เขากระพริบตา.......ทั้งเขาและศิตาก็มาโผล่บนรถไฟฟ้า วันที่ธินนท์เจอศิตาวันแรก เธอใส่ชุดนิสิตมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา ธินนท์หลงรักเธอทันที แล้วเริ่มแผนจีบเธอ
ศิตาคนที่ธินนท์พาวิ่งหนีมาจากตู้โทรศัพท์ถาม "ทำอะไรของเธอน่ะ"
"ฉันไม่อยากจะลบเธอแล้ว ฉันลืมเธอไม่ลง ฉันรู้แล้วว่าตลอดเวลาการที่ฉันมีเธออยู่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการที่สุด ฉันรักเธอ ศิตา ฉันรักเธอ" ธินนท์ตอบ "แต่ฉันจะทำยังไงไม่ให้เธอถูกลบหายไป ทำยังไงไม่ให้ฉันตื่นขึ้นมาแล้วลืมเธอเหมือนที่เธอลืมฉัน"
ศิตานิ่งอึ้ง ฉากขาวตามมากลืนรถไฟฟ้าครึ่งขบวนแล้ว เธอพยายามเรียกสติกลับมาแล้วบอกเขา "พาฉันไปในความทรงจำของเธอที่ไม่มีฉัน ความทรงจำลึกที่สุดของเธอ หรือไม่ก็ความทรงจำที่เธอไม่อยากให้ใครรู้น่ะ พาฉันไปเร็ว"
ธินนท์พาศิตาออกวิ่งอีกครั้งไปโผล่ในห้องของธินนท์ตอนกำลังดูเวบโป๊ ฉากขาวก็ยังตามมา เขาพาเธอวิ่งมาในความทรงจำสมัย ม.ต้น ตอนถูกพ่อตี แต่ฉากขาวก็ยังตามมากลืนบ้านหายไป ธินนท์พาเธอมาในความทรงจำตอนประถมเมื่อเขาแอบหอมแก้มเพื่อนสาวตอนเธอเผลอ....ธินนท์ตอนเป็นเด็กทารก.......
"หมดแล้ว ฉันพาเธอไปหมดทุกที่แล้ว" ธินนท์หันมาบอกศิตาที่ยืนหอบ "ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว" ศิตาบอก เธอปล่อยมือเขา แล้วฉับพลัน ร่างของเธอก็จางลง ความทรงจำสุดท้ายระหว่างเขากับเธอในหัวของธินนท์กำลังจะถูกลบแล้ว
"ธินนท์!!"
"ศิตา!! ผมจะจำคุณ ผมจะต้องจำคุณให้ได้!!!!".........
แล้วทุกอย่างกลายเป็นฉากขาว ปราศจากทุกสิ่ง......
ธินนท์ลืมตาขึ้นอีกครั้งในเช้าวันใหม่ ในห้องพักฟื้น
"สวัสดีครับ คุณธินนท์ การบำบัดเรียบร้อย สภาพร่างกายปกติ คุณกลับบ้านได้แล้วครับ ทางเราจะจัดรถไปส่งที่บ้านนะครับ" หมอเดินมาบอกเขา
ธินนท์เดินออกมาหน้าโรงพยาบาล เตรียมตัวจะขึ้นรถ พลันสายตาเขาเหลือบไปเห็นสถานีรถไฟฟ้า เสียงที่มองไม่เห็นตัวตนสั่งให้เขาไปขึ้นรถไฟฟ้า ธินนท์ปฏิเสธจะขึ้นรถพยาบาลแล้ววิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้า....
เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเสียเงินมาขึ้นรถไฟฟ้า ทั้งๆ ที่ขึ้นรถพยาบาลกลับฟรีๆ ก็ได้ ธินนท์ถอนหายใจแล้วมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง...
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะพบคำตอบที่สถานีอารีย์ เมื่อประตูรถไฟฟ้าเปิด หญิงสาวตาคม หน้าตาน่ารักเดินเข้ามาในรถไฟฟ้า เธอนั่งลงที่นั่งตรงข้ามกับเขา......
ธินนท์นั่งมองเธอ ราวกับว่าเขากับเธอรู้จักกันมานาน เขาตกหลุมรักเธออย่างจัง
สถานีปลายทางหมอชิต เธอก้าวลงออกจากรถไฟฟ้า ธินนท์คิดในใจ พลาดโอกาสคราวนี้อาจไม่มีอีกแล้ว
"คุณครับ คุณทำปากกาหล่นครับ" ธินนท์เดินตามหญิงสาวไป เธอหันมามองเขา "อุ๊ย ขอบคุณค่ะ ปากกานั่นคุณพ่อซื้อให้ด้วย หายละเสียดายแย่เลย ขอบคุณนะคะคุณ......"
"ผมชื่อธินนท์ครับ แล้วคุณล่ะครับ"
"ศิตาค่ะ"..
.....
...
-=-=-=-
|
|
|